• » 141. ชีวิตเหมือนฝัน

    แง่คิดวันที่๒๖มีนาคม๒๕๕๗

     

    บทความ

    ชีวิตเหมือนฝัน

    เหลือเพียงแค่๓วันทำการก็จะถึงวันเลือกสว.แต่ละจังหวัด

    เมื่อวานทางกกต.ปทุมธานีเชิญไปแสดงวิสัยทัศน์ให้ผู้สมัครสว.ทุกท่าน

    ขึ้นพูดสดและพูดปากเปล่าโดยไม่มีสคริปต์คนละ๑๕นาที

    ปทุมธานีมีผู้สมัคร๑๐ท่านถูกตัดสิทธิ๑ท่านเหลือเพียง๙ท่าน

    ผมเป็นผู้สมัครคนที่๑๐จึงถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นคนที่๙แต่เบอร์คงเดิมไม่เปลี่ยนคือเบอร์๑๐

    มีผู้ขึ้นมาพูดแสดงวิสัยทัศน์เพียง๕ท่านคือเบอร์๓_๔_๕_๗และ๑๐

    เล่าไว้เป็นเกร็ดความรู้ว่าใครที่คิดจะสมัครสว.ท่านต้องมีไหวพริบปฏิภาณ

    แก้ ปัญหาเฉพาะหน้าให้เก่งเพราะการพูดสดต่อหน้าคนหลายร้อยคน

    ถ้าไม่นิ่งจริงจะ ประหม่าตื่นเต้นใจสั่นมือไม้สั่นเหงื่อออกตามมือตัวเย็น

    คอแห้งผากไม่มีอะไร จะพูด เวลาหมุนช้ามาก ลืมสิ่งที่คิดจะพูด

    ผมรู้สึกขอบคุณ “ประสบการณ์” ที่ได้ศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้

    จากการเดินทางไปสอนไปบรรยายในประเทศและทั่วโลกมาตลอดชีวิต

    สิ่งเหล่านี้ช่วยผมไว้ได้มากจริงๆ

    ที่ปทุมธานีผมได้เพื่อนและผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือใหม่ๆทั้งกกต. ผู้สมัครสว.ท่านอื่นๆอีกหลายท่าน

    ผมว่าทุกคนเหมือนกันหมดเราต้องการค้นหาและอยากรู้จักคบหากับคนใหม่ๆที่มีคุณวุฒิ_คุณภาพ_คุณธรรม

    เนื่องจากกกต.ห้ามพูดเรื่องอื่นๆนอกจากแนะนำตัวเองอาทิประวัติการศึกษาการทำ

    งานและทำไมเราถึงควรถูกประชาชนทั้งจังหวัดเลือกเราไปทำหน้าที่สว.

    ปกติผมไม่คุ้นเคยกับการพูดถึงตัวเองรู้สึกแปลกแยกแตกต่างแต่พอได้ทำสักสอง

    สามครั้งก็เริ่มตระหนักยอมรับรับรู้และเข้าใจเพราะคนไม่รู้จักเรามาก่อนเลย เค้าก็อยากรู้จัก

    ยิ่งเรียนมากทำงานหนักทุ่มเทเสียสละให้แวดวงต่างๆทั้งชีวิตเค้าก็อยากให้เราเล่าว่าทำไมถึงมาอาสาลงสว.

    ผมเลือกพูดในหัวข้อ”ชีวิตเหมือนฝัน” ขอเล่าโดยย่อว่าผมไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่า

    วันหนึ่งจะต้องกล้าอาสามาลงสมัคร สว.กล้าที่จะมายืนเบื้องหน้าพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานี

    ให้ช่วยกันตรวจสอบและ สแกนกรรมที่ผมทำมาทั้งชีวิต

    ผมเลือกที่จะเล่าถึง”ความล้มเหลว” ชีวิตที่ผ่านมาเรื่องต่างๆ เสียดายเวลา

    น้อยคนก็เลยได้รับฟังความล้มเหลวของผมเพียงแค่บางส่วนเช่นความ ล้มเหลวด้านการศึกษา

    ชาวบ้านได้ฟังเรื่องที่ผมไม่เคยเล่าทั้งเรื่องที่เคยสอบวิชาชุดครูพ.กศ.ตก

    เคยสอบตกบาลีชั้นป.ธ.๘ เคยสอบเอ็นทรานส์เรียนต่อปริญญาโทแล้ว

    ไม่ผ่านทั้งที่ม.ศิลปากรม.ธรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่

    เคยเรียนป.โทไม่จบทั้ง๒คณะที่ม.ปัญจาบอินเดีย

    แล้วก็ได้บอกเล่าอีกด้านของเหรียญเป็นเรื่องราวความสำเร็จ

    ด้านการศึกษาแนะนำ ชีวิตเหมือนฝันของผมทั้งเรื่องราวการเป็นคนฝั่งธนบุรี

    และคนในตระกูล”ศิริ วรรณ”คนแรกที่ได้ “บวชเรียน”นานเกินกว่าทศวรรษ

    จนได้เป็น”สามเณรนาคหลวงรูปที่๓๖แห่งกรุงรัตน โกสินทร์ในรัชกาลปัจจุบัน”

    การได้รับบันทึกชื่อในวิกิพีเดียว่าเป็นคนไทยคนแรกที่เรียนจบปริญญาพร้อมกัน๓สาขา

    ในปี๒๕๓๓การเป็นศิษย์เก่ามีชื่อเสียงของมหาจุฬาฯ คณะศึกษาศาสตร์มสธ.

    และอักษรศาสตร์จุฬาฯคนแรกที่กล้า “เปลี่ยน” สาขาเรียนแบบว่าเป็นไปไม่ได้

    ไม่มีทางสำเร็จแต่ก็อดทนต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค พยายามมากกว่าคนปกติ

    จนจบดร.จากสหรัฐอเมริกาสาขาบริหารธุรกิจสามารถเรียนจบโท การเงิน_การประกันภัย

    เอกธุรกิจการค้าระหว่างประเทศได้สำเร็จเป็นคนแรกของ ตระกูล

    การที่มีโชคมีวาสนาได้รับการกลั่นกรองและพิจารณาผลงานทางวิชาการจาก

    สภามหาวิทยาลัยจนได้เป็นศาสตราจารย์ประจำและศาสตราจารย์วิจัยสาขาบริหารธุรกิจ

    คนไทยคนแรกของมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพแห่งสหรัฐอเมริกานั่นคือ W.H. Taft University, USA

    และได้รับตำแหน่งทรงเกียรติคือผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศวิจัยอาเซียนรวมถึง

    ผู้อำนวยการโครงการปริญญาเอกของที่นี่รวมถึงประธานสอบวิจัย

    โครงการปริญญาเอกมหาวิทยาลัยต่างๆทั้งในสหรัฐอเมริกายุโรปและเอเชีย

    การที่ไม่นึกไม่ฝันไม่คาดคิดมาก่อนว่าอนาคตจะได้รับเชิญสอนและทำงานวิชาการ

    วิจัยระดับบัณฑิตศึกษานานาชาติทั้งในสหรัฐอเมริกายุโรปและเอเชีย

    เรื่องราวความสำเร็จอ่านเพิ่มเติมได้จากกูเกิล

    ผมกราบเรียนพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานีว่าการใช้”นาย” เพราะศาสตราจารย์เป็น

    ตำแหน่งทางวิชาการหลักฐานการเข้าสู่และขึ้นสู่ตำแหน่ง ทางวิชาการ

    มีแต่ไม่มีช่องให้กรอก คำนำหน้าดร. ทางกกต.ก็ไม่มีช่องให้เติม

    ผมเผชิญปัญหาขัดข้องทางเทคนิคการกรอกคุณสมบัติตั้งแต่เริ่มรับสมัครเพราะได้

    นำวุฒิปริญญาเอกและศาสตราจารย์ไปสมัครแต่กกต.แจ้งว่าเอาแค่”ครบ”

    ตามเกณฑ์คือป.ธ.๙อย่างเดียวก็พอที่จะผ่านคุณสมบัติ

    ผมเลือกที่จะเป็น “นาย” เพื่อแสดงสถานะ “ราษฎร” เต็มขั้นก็เช่นเดียวกับ

    ศ.ท่านอื่นๆก็เป็นนายเช่น นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายวิษณุเครืองาม

    นายวิจิตรศรีสะอ้าน นายจำนงค์ ทองประเสริฐ

    ผมได้เรียนรู้ว่าบ้านเราไม่มีพรบ.และกฎหมายให้เกียรติยกย่องคนมีความรู้เป็นทางการ

    ถ้าผมฝ่าด่านเลือกตั้งเข้าไปได้สำเร็จจะไปผลักดันสส.

    ให้เสนอปรับปรุงเพิ่ม เติมให้คนมีความรู้ได้รับเกียรติและมี “ตัวตน”ทางสังคมชัดเจน

    เช่นยศทางตำรวจทหารคุณหญิงคุณนายสมณศักดิ์

    ให้ทุกคนที่มีความรู้เช่นนายแพทย์ และ ดร. เป็นต้นสามารถใช้ตำแหน่ง

    ทางวิชาการ ความเชี่ยวชาญ และวุฒิการศึกษาเป็นคำนำหน้าชื่อที่”ทางการ”รับรองให้จงได้

    บ้านเราไม่ให้เกียรติและรับรองคนดีคนมีความรู้ความสามารถเป็นทางการเห็นแล้ว

    เศร้าใจครับผมได้เรียนรู้ว่าสนามการเมืองส่วนใหญ่ระดับคนที่ไม่มีโอกาสเรียน

    ในระบบเดี๋ยวนี้ฉลาดกว่าเดิมไม่ใช่ว่าจะกาและเลือกตามสูตรสำเร็จ”เงินไม่มา กาไม่เป็น”

    ผมค้นพบความจริงอันน่าทึ่งว่าพ่อแม่พี่น้องที่ไม่มีโอกาสเรียนในระบบการศึกษาชอบ”คนดี”

    นึกถึงคำว่าเรียนก็เรียนให้จริงดีก็ดีให้จริงเก่งก็เก่งให้จริง

    ผมได้คะแนนสวรรค์จากพ่อแม่พี่น้องที่ไม่เคยรู้จักเคยกาเพราะได้เงิน

    แต่ครั้งนี้จะยอมกาให้ผมเพราะอยากได้ตัวแทน “คนดี” มี “คุณภาพ”

    ท่านเล่าว่าไม่เคยคิดจะเลือกผมเลยจนมาได้ยินได้ฟังจากปาก

    รู้สึกชื่นชอบตรงที่ผมพูดและอาสาจากใจจริง

    เคยบวชเรียนก็บอกตรงๆไม่ปิดบังและประทับใจเรื่องราวการต่อสู้ชีวิตของผม

    ที่สู้เพื่อได้มาซึ่งคุณวุฒิและพัฒนาตนให้เป็นคนที่มีคุณภาพโดยใช้หลักคุณธรรม นำชีวิต

    มีธรรมะแต่ไม่พูดไม่แสดงออกว่ามีธรรมะขอบคุณครับ

    ผมบอกว่า๑เสียงของท่านมีความหมาย

    ผมไม่มีพรรคการเมืองใดๆสนับสนุนทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์

    ไม่มีกลุ่มทุนธุรกิจการเมืองส่งลงสมัครไม่มีฐานเสียงคะแนนจัดตั้งแม้แต่เสียงเดียว

    ไม่มีความคิดจะซื้อเสียงแม้แต่สลึงเดียวยามหาเสียงก็ไม่เคยมีใครมาขอเงินจากผม

    แม้ แต่ท่านเดียวคงเพราะเค้ามองว่าผมเป็นพวก”อาจารย์”

    นักวิชาการมีแค่พออยู่พอกินสมฐานะที่มีไม่คิดเดินเข้าสภาสูงทางลัด

    เพราะถ้าผมมี”ตัวช่วย” ผมคงไม่กระเสือกกระสนดิ้นรนเหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาด

    ออกหาเสียงสวรรค์ทุกวัน ในแต่ละวันทุกวิธีการที่สติปัญญาน้อยนิดจะคิดได้และคิดออก

    พูดสั้นๆผมลูกชาวบ้านชั้นกลางธรรมดาไม่รวยไม่มีมรดกยังดิ้นรนต่อสู้เอาชนะ

    อุปสรรคต่างๆร้อยแปดปัญหาในชีวิตด้วยความอดทนอดกลั้นอดออมและอดใจใช้สติ

    ปัญญาใช้ความรู้ความสามารถที่เรียนมาและความรู้นอกห้องเรียนที่เผชิญด้วยตนเองในแต่ละวัน

    ทั้งในประเทศและต่างแดนพัฒนาตนให้รุ่งเรืองได้ด้วยหลัก คิด_หลักทำ_หลักธรรมะ

    ครองตนใช้ชีวิตไม่ประมาทไม่ลุ่มหลงไม่มัวเมาเป็นคนลืมตัววัวลืมตีนในลาภยศ

    สุขสรรเสริญสุรานารีพาชีกีฬาบัตรอบายมุขต่างๆ

    ผมใช้หลักธรรมสำคัญสอนตนและเหล่าศิษย์เสมอทั้งสื่อสารด้วยคำพูด

    และข้อเขียนว่าพวกเราจงกตัญญูรู้คุณสถาบันชาติ_ศาสนา_พระมหากษัตริย์

    เกิดเป็นคนไม่ควรลืมถิ่นเคยอยู่อู่เคยนอนหมอนเคยหนุนคุณเคยทำ

    ที่หาญกล้าคิดกล้าอาสาเข้ามารับใช้ชาติทางการเมืองเพราะต้องการพัฒนาคนใน

    ชาติให้มากด้วยความรู้ความสามารถทั้งคุณวุฒิ_คุณภาพ_คุณธรรม

    และยามนี้ผืนแผ่นดินไทยคล้ายแผ่นดินอยุธยาตอนปลายแตกแล้วและกำลังจะแยกเป็น ภาค!

    ชั่วชีวิตที่ผ่านไม่อยากเห็นตนเองเกิดในแผ่นดินไทยตายในประเทศใหม่ที่ขื่อว่าไทยเหนือหรือไทยใต้

    อุกฺกฏฺเฐสูรมิจฺฉนฺติ ในยามชาติเกิดวิกฤตรุนแรงถึงขั้นอุกฤษฏ์คนในชาติ

    ต้องการผู้กล้าหลากหลายอาสา ทำงานรับใช้แก้ไขปัญหาชาติด้วย

    หลักธรรมะและนวัตกรรมที่เร็วกว่าดีกว่าและ ถูกกว่า

    ช่วยกันเลือกคนมีคุณภาพและคุณธรรมเข้าสภาสูงให้มากๆ คนเก่งอย่างเดียวยังไม่พอเราต้องการคนมีธรรมะในใจด้วย

    ผมขอเป็น”คนแรก” ในฐานะนักบริหาร นักการศาสนา นักอักษรศาสตร์

    นักวิจัย นักการตลาด นักการต่างประเทศ นักนวัตกรรม นักคิด นักเขียน นักปราชญ์

    วันนี้ผมพร้อมทุกด้านแล้วขออาสานำความรู้ความสามารถที่มีทั้ง๑๐ด้าน

    ทั้งทฤษฎี_ปฏิบัติ_ประสบการณ์รับใช้ชาติยามอุกฤษฏ์

    ยามบ้านเมืองเป็นปกติก็ขอกลับไปเป็นอาจารย์ไปเป็นนักชิมนักเดินทางนักวิจัยต่อไปครับ!

    ขอบคุณทุกท่านครับที่ติดตามอ่านและให้กำลังใจผมด้วยดีเสมอมา


    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    comments


หากมีประโยชน์ ร่วมแชร์บทความ: 141. ชีวิตเหมือนฝัน นี่ได้เลยครับ