104. ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้

คอลัมน์  How to Win

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้

ศาสตราจารย์  ดร. อุทิส  ศิริวรรณ

วันที่ 20 มีนาคม 2556

———–
              ผมไม่ได้ไปเยือน “สถานทูตสหรัฐอเมริกา” ถนนวิทยุเป็นเวลาเกือบ 10 ปี

กระทั่งปี 2556 มีเหตุให้ต้องเดินทางไป “บอสตัน” เพื่อนำลูกศิษย์และคณาจารย์ต่างๆ ที่ทำผลงานทางวิชาการ เพื่อขอตำแหน่ง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์” และ “รองศาสตราจารย์” ไปนำเสนอผลงานวิจัยในเวทีวิจัยการนำเสนอผลงานวิชาการวิจัยระดับโลก ที่ IJAS จัดขึ้น

สถานที่จัดการนำเสนอผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ในรอบเดือนพฤษภาคม 2556 จัดที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก

ผลงานวิจัยที่ได้รับการ “ตอบรับ” และจะไปนำเสนอสู่แวดวงวิชาการนานาชาติ แปลเป็นไทยสั้นๆ ว่า “สามเหลี่ยมอัจฉริยะ สู่ความสำเร็จของ SMEs”

งานวิจัยชิ้นนี้ เป็นผลงานของท่าน ดร. เฉลียว วิทูรปกรณ์ โดยมีคณะกรรมการตรวจประเมินผลวิจัย ประกอบด้วย รศ. ดร. โชติกา รามบุตร  รศ. ดร. ณัฏฐ์ชุดา ฐิติกัลป์ยาณ์ ดร. ธัชพนธ์ ยอดทอง และ ดร. อรปภา ชุติกรทวีสิน และผมเป็นประธานคณะกรรมการสอบปิดตัวเล่ม

ผลงานวิจัยนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ “ดุษฎีนิพนธ์” ระดับปริญญาเอก International American University มหานครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

เป็นเกียรติ และความภาคภูมิใจของพวกเราชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง ที่งานวิจัยชิ้นนี้ ได้รับโอกาสให้นำเสนอ “องค์ความรู้ใหม่” โดยเฉพาะการนำแนวคิด “สามเหลี่ยม” จากหลักวิชาการเรขาคณิต 2 ในศาสตร์คณิตศาสตร์ยุคใหม่ไปปรับใช้ในการวิเคราะห์ปัญหากิจการ SMEs

ผลการวิจัยโดยย่อพบและสรุปได้ว่า การแบ่งสัดส่วนด้านเวลา บทบาทของบุคลากรในองค์กร ทั้งในฐานะผู้นำ ผู้ตาม และที่ปรึกษา รวมถึงค่านิยมการทำงานที่ใช้แก่นธรรมคือ “อิทธิบาท 4” ในการแก้ไขปัญหากิจการ SMEs ล้วนมีผลกระทบต่อความสำเร็จของกิจการ SMEs

กิจการ SMEs ที่ต้องการความสำเร็จยั่งยืน ต้องแบ่งสัดส่วน 3 ด้านให้สมดุล จึงจะชนะได้อย่างแท้จริง

บรรยากาศสถานทูตอเมริกาวันนี้ เปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ภายใต้การนำของ “ท่านทูต” คนปัจจุบัน พนักงานทุกระดับชั้น “เป็นกันเอง” และอบอวลด้วย “น้ำใจ”

ผมหวนนึกถึงหลักการจัดการแบบไคเซ็นของญี่ปุ่น “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้”

หลักการนี้ เป็นหลักแห่งชัยชนะ ที่ผู้อ่านจากทุกวงการ สามารถนำไปปรับใช้ได้ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงตนเองให้กลายเป็นคนที่มีครบครันและครบเครื่อง

ทั้ง “คุณค่า” และ “มูลค่า” คนที่ปรับปรุงตนเองตลอดเวลา จะมีคุณค่าและมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดไป โดยเริ่มจากหลักคิด และหลักทำงานที่ไม่สลับซับซ้อน “เป็นกันเอง” และ “มีน้ำใจ”

แรกที่เห็น ผมแทบไม่เชื่อ “สายตา” แม้กระทั่งการสัมภาษณ์วีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกา เดี๋ยวนี้ก็มีแบบ 2 ภาษาคือ ไทยและอังกฤษ ฝรั่งกงสุลที่เป็นคนสัมภาษณ์ ส่วนใหญ่เท่าที่เห็น พูดไทยได้ทั้งนั้น

โลกในศตวรรษที่ 21 เป็นโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่บังคับให้ทุกคนต้องเปลี่ยนทันที เปลี่ยนทันใด เปลี่ยนทันใจ

คนที่ไม่ยอมพัฒนาตนเอง ไม่ยอมปรับปรุงตนเอง ไม่ยอมแก้ไขตนเอง หากต้องการความสำเร็จยั่งยืน หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติ และปฏิรูปตนเอง ปัจจุบันทันที เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

วิถีสู่ชัยชนะที่ยั่งยืน เขียนตัวโตๆ แปะไว้ข้างฝาว่า “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้”

Comments

comments